ARCHIVE
Poetry of Time™
นิทรรศการในฮ่องกง
From 24 มกราคม 2026 to 8 กุมภาพันธ์ 2026
Central Ferry Pier 4, เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน
Poetry of Time™
นิทรรศการในฮ่องกง
เพื่อเฉลิมฉลองศาสตร์และศิลป์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาของเมซง นิทรรศการ Poetry of Time™ จึงถูกจัดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับการดีไซน์ขึ้นเป็นพิเศษ ณ Central Ferry Pier No. 4 ในฮ่องกง ระหว่างวันที่ 24 มกราคม ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2026
นิทรรศการนี้เปลี่ยนการผ่านพ้นของเวลาให้กลายเป็นภาพอันน่าหลงใหล เชิญชวนผู้ชมในฮ่องกงร่วมเดินทางไปกับการค้นพบที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยแต่ละบทจะเผยและแสดงให้เห็นถึงความลึกลับของความเชี่ยวชาญด้านกลไกและงานศิลป์แบบ métiers d’art ที่ทำให้วิสัยทัศน์เชิงกวีเกี่ยวกับเวลาของ Van Cleef & Arpels โลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวา
นาฬิกาของเมซงสะท้อนตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Van Cleef & Arpels อย่างแท้จริง ที่กำเนิดขึ้นจากการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ โดยผสานความเชี่ยวชาญจากทั้งปารีสและเจนีวาเข้าไว้ด้วยกัน
เพราะสำหรับ Van Cleef & Arpels ทุกโปรเจกต์เริ่มต้นด้วยเจตนารมณ์เชิงสร้างสรรค์ ที่ถูกนำเสนอเป็นรูปแบบเบื้องต้นผ่านภาพสีกวอช (gouaché) ก่อนจะได้รับการรังสรรค์ต่อผ่านกระบวนการที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยการพัฒนาภายในองค์กรนั้นใช้เวลานานหลายปี เพื่อทำให้เรื่องราวนั้นกลายเป็นความจริงผ่านหน้าปัดของนาฬิกาแต่ละเรือน จากนั้น เมซงจะทำงานร่วมกับช่างนาฬิกาของเมซงในการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ร่วมกับช่างฝีมือผู้มากประสบการณ์ เช่น ช่างงานอีนาเมล ช่างแกะสลัก ช่างเจียระไนอัญมณี และช่างฝังอัญมณี ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค วัสดุเลอค่า และงานศิลป์ métiers d’art ที่ประสานรวมเป็นหนึ่ง เพื่อสร้างสรรค์โลกที่หลากหลายตามจินตนาการของ Van Cleef & Arpels
Love Stories
Love Stories
นับตั้งแต่การได้ปรองดองสมรสกันของ Alfred Van Cleef และ Estelle Arpels เมซงก็ได้ร่วมเป็นสื่อกลางแห่งการแสดงออกถึงความรู้สึกเสมอมา จนถึงวันนี้ ความรักยังคงหล่อเลี้ยงจังหวะของ Poetry of Time™ และมอบวิสัยทัศน์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาที่เต็มไปด้วยห้วงอารมณ์ความรู้สึก... ในปี 2010 Van Cleef & Arpels ได้เปิดตัวนาฬิกา Pont des Amoureux™ (Poetic Complications) ที่เป็นนาฬิกาเรือนแรกในคอลเลคชั่นที่ได้รับรางวัลจากงาน Grand Prix d'Horlogerie de Genève นับตั้งแต่นั้นมา คอลเลคชั่นนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ผูกพันกันด้วยความรัก และได้พบกันบนสะพานแห่งหนึ่งในกรุงปารีส ด้วยกลไกดับเบิลเรโทรเกรด ทำให้คู่รักทั้งสองเคลื่อนที่เข้าหากันเพื่อจุมพิตกันในเวลาเที่ยงวันและเที่ยงคืน
เพื่อสานต่อเรื่องราวที่เริ่มต้นจากนาฬิกาในคอลเลคชั่น Pont des Amoureux ทาง Van Cleef & Arpels จึงนำเสนอการพบปะกันครั้งใหม่ นาฬิกา Lady Arpels Bal des Amoureux™ Automate สร้างบรรยากาศให้กับการนัดพบของคู่รักหนุ่มสาวในร้านอาหารเล็กๆ ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
Swipe to discover
เสน่ห์อันน่าหลงใหลของชิ้นงานนี้มาจากการวิจัยและพัฒนาเป็นระยะเวลาถึง 4 ปี เพื่อสร้างสรรค์กลไกโมทีฟเคลื่อนไหวได้ในคอลเลคชั่นของเมซงในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ตัวละครแต่ละตัวจะเคลื่อนไหวอย่างสมจริงในช่วงเที่ยงและเที่ยงคืน โดยจะโน้มตัวเข้าหากันและลดแขนลงอย่างเป็นธรรมชาติด้วยกลไกแบบเลื่อนและข้อต่อสามจุด
Poetic Astronomy®
Poetic Astronomy®
ภาพของท้องฟ้าได้ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องบนหน้าประวัติศาสตร์ของ Van Cleef & Arpels ในฐานะแหล่งกำเนิดแห่งความฝันและการหลีกหนีจากความเป็นจริง ธีมนี้ได้เปล่งประกายในเหล่าผลงานตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยขับเน้นความหลากหลายของวัสดุและเทคนิคที่ประสานรวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อนำเสนอการตีความอันน่าหลงใหลของปรากฏการณ์แห่งดวงดาว
ภายในหน้าปัดของนาฬิกา Lady Arpels Jour Nuit ดวงจันทร์และดวงดาวที่ประดับด้วยเพชรเรียงราย ราวกับเคลื่อนคล้อยไล่ตามดวงอาทิตย์อย่างไม่รู้จบ เสริมความงดงามด้วยการประดับแซฟไฟร์สีเหลืองเต็มพื้นผิวแบบหิมะ หน้าปัดที่ติดตั้งดิสก์แบบ 24 ชั่วโมง จะหมุนแสดงเวลาอย่างแผ่วเบา จนแทบไม่ปรากฏการเคลื่อนไหวให้เห็นอย่างชัดเจน ด้วยเอฟเฟกต์การสร้างมิติความลึกของแก้วอเวนจูรีนมูราโน ชิ้นงานนี้สื่อถึงความกว้างใหญ่ของจักรวาลและเสน่ห์แห่งค่ำคืนที่เปี่ยมไปด้วยดาวพร่างพราว.
Van Cleef & Arpels ยังมีผลงานที่โดดเด่นด้วยงานกลไกเคลื่อนไหวได้ ซึ่งผสานฉากอันงดงามดั่งบทกวี วัสดุเลอค่า และกลไกจักรกลเข้าด้วยกัน เพื่อเนรมิตมนตร์เสน่ห์ให้เกิดขึ้นในทุกช่วงเวลา เพื่อสืบสานทักษะความชำนาญอันทรงคุณค่านี้ให้ดำรงอยู่ต่อไป พร้อมส่งเสริมการส่งองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ ในปี 2023 เมซงจึงมีส่วนร่วมในการก่อตั้ง Center of Excellence for Art Mechanics ณ Sainte-Croix ซึ่งภายในได้เปิดเวิร์กช็อปเฉพาะทางของเมซงขึ้นโดยเฉพาะ
Planétarium Automaton นำเสนอภาพดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ต่างๆ ที่มองเห็นได้จากโลก ด้วยกลไกจักรกลอันซับซ้อน ทำให้ดวงดาวแต่ละดวงเคลื่อนที่ตามความเร็วของการหมุนในแบบของจริง เพื่อชวนให้นึกถึงความมหัศจรรย์ของการมองดูท้องฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ Van Cleef & Arpels จึงคัดสรรและรังสรรค์วัสดุอย่างพิถีพิถัน ผลงานชิ้นนี้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดเสน่ห์ในสองแง่มุม ทั้งจากการดื่มด่ำไปกับจักรวาลและความงดงามของงานฝีมือ
Enchanting Nature
Enchanting Nature
เพื่อเป็นการเคารพต่อธรรมชาติ ที่เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจสำคัญมาตั้งแต่ปี 1906 เมซงจึงได้นำแนวคิดของนาฬิกาตั้งโต๊ะดอกไม้ที่พัฒนาโดย Carl von Linné ในปี 1751 มาใช้ นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดนบรรยายถึงสวนในอุดมคติที่ประกอบด้วยพรรณไม้ดอกนานาชนิด ซึ่งบอกเวลาได้ด้วยการผลิบานและหุบกลีบในหลายช่วงเวลาของวัน
จากแนวคิดนี้เอง Van Cleef & Arpels จึงสร้างสรรค์นาฬิกา Lady Arpels Heures Florales Cerisier ขึ้นมา หน้าปัดแบบสามมิติเผยให้เห็นการเดินของชั่วโมงด้วยการผลิบานและหุบกลีบของดอกไม้ทั้งสิบสองดอก การบอกเวลาจึงกลายเป็นการแสดงออกอย่างงดงามราวกับบทกวีในทุกๆ 60 นาที องค์ประกอบมากถึง 166 ชิ้นส่วนถูกนำมาประกอบเข้ากันด้วยโมดูลที่เมซงพัฒนาขึ้นเองทั้งหมด เพื่อให้ฉากอันวิจิตรนี้แลดูมีชีวิตชีวา กลีบดอกไม้แต่ละกลีบในสวนถูกจัดเรียงและเชื่อมต่อกับกลไกของนาฬิกาอย่างประณีต ซึ่งต้องอาศัยการประกอบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด นอกเหนือจากความท้าทายทางเทคนิคในการรวมชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวจำนวนมากเข้าด้วยกันแล้ว ยังมีงานที่ละเอียดอ่อนในการออกแบบกลไกที่ทำให้ดอกไม้บานในสามลำดับแบบสุ่มด้วย ในทุกชั่วโมงที่ผ่านไป ดอกไม้จะเบ่งบานและหุบลงอีกครั้ง เพื่อเผยให้เห็นการจัดเรียงรูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละครั้ง
กลไกเคลื่อนไหวได้ Naissance de l’Amour นำเสนอภาพคิวปิดในตำนาน ผ่านองค์ประกอบที่สื่อถึงความอ่อนโยนของอารมณ์ความรู้สึก ผลงานชิ้นนี้รังสรรค์จากไวท์โกลด์ โรสโกลด์ เยลโลว์โกลด์ และเพชร โดยปรากฏขึ้นจากตะกร้าขนนกที่ประดับด้วยเฉดสีเคลือบแลคเกอร์แบบไล่ระดับอย่างประณีต รูปปั้นคิวปิดค่อยๆ โผล่ขึ้นอย่างสง่างาม หมุนตัวเบาๆ และขยับปีกงานอีนาเมลแบบ plique-à-jour ชั่วครู่ ก่อนจะกลับสู่ที่ซ่อนตัว การเคลื่อนทะยานสู่ด้านบนนี้มาพร้อมกับท่วงทำนองอันไพเราะของระฆัง ตั้งแต่ฐานจนถึงตัวคิวปิด วัสดุทุกชิ้นได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันโดยผู้เชี่ยวชาญของเมซง ก่อนจะผ่านการเจียระไนตัดแต่งและขัดเงา เพื่อเผยเอกลักษณ์และความงดงามอันโดดเด่นเฉพาะตัว
นาฬิกา Lady Arpels Papillon Automatic
คอลเลคชั่น Poetic Complications®
นาฬิกา Lady Arpels Brise d'Été
คอลเลคชั่น Poetic Complications®
Ballerinas & Fairies
Ballerinas & Fairies
ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1940 เป็นต้นมา เมซงเฉลิมฉลองความงดงามของเหล่าเทพธิดาและนักเต้นระบำ ผ่านผลงานที่เปี่ยมด้วยมนตร์เสน่ห์ นาฬิกา Lady Féerie และ Lady Arpels Ballerines Musicales ผสานศาสตร์แห่งการรังสรรค์นาฬิกาและงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมไว้ภายในตัวเรือนที่ประณีตงดงาม
ดุจดั่งเทพธิดาผู้พิทักษ์ นางฟ้าในอาภรณ์ที่ประดับเพชรและแซฟไฟร์สีน้ำเงินหรือชมพู คอยเฝ้าปกปัก Van Cleef & Arpels’ Poetry of Time™ สรีระที่สะท้อนถึงความเป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่บนก้อนเมฆมาเธอร์ออฟเพิร์ลแสนแวววาว ใช้ไม้กายสิทธิ์บอกเวลาเป็นนาที ใบหน้าที่ประดับเพชรคอนทราสต์กับเฉดสีอันละเมียดของท้องฟ้ามาเธอร์ออฟเพิร์ลลายกิโยเช่ได้อย่างกลมกลืน นับเป็นครั้งแรกที่เมซงได้นำเทคนิคงานอีนาเมลแบบ plique-à-jour งานอีนาเมล grisaille และเทคนิคการงานอีนาเมลแบบ opaque มาผสานร่วมกันบนโมทีฟเดียว เกิดเป็นมิติของเฉดสีและความลุ่มลึกบนปีกเทพธิดาที่โอบล้อมด้วยเพชรอย่างงดงาม
ด้วยความมุ่งมั่นในการสืบสานมรดก Van Cleef & Arpels ได้สนับสนุนการถ่ายทอดและพัฒนางานศิลป์แบบ métiers d’art มาอย่างยาวนาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมซงได้รวบรวมเหล่าช่างฝีมือไว้ในนครเจนีวา ซึ่งปัจจุบันต่างเชี่ยวชาญเทคนิคต่างๆ มากกว่าสิบห้ารูปแบบ ทักษะความชำนาญเบื้องหลังศิลปะงานอีนาเมล งานเพนต์ขนาดเล็ก การแกะสลัก และประติมากรรม ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นด้วยผลงานใหม่แต่ละชิ้น
ดำดิ่งสู่งานศิลป์แบบ métiers d’art
Jewels that tell time
Jewels That Tell Time
ทักษะความชำนาญด้านเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง คือหัวใจสำคัญของ Van Cleef & Arpels มานานกว่าศตวรรษ เมซงได้รับการก่อตั้งขึ้น ณ Place Vendôme ในกรุงปารีส โดยมีการนำมรดกอันรุ่มรวยมาเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนการแสวงหาความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง สิ่งนี้ปรากฏอย่างชัดเจนผ่านการคัดสรรวัสดุหายากอย่างเข้มงวด รสนิยมอันเฉียบแหลม สายตาที่เฉียบคม และมาตรฐานระดับสูงของเมซงได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นภายในแผนกอัญมณี ซึ่งมีความทุ่มเทในการรังสรรค์การจับคู่ ชุดโทนสีเดียว ศิลปะการแกะสลักภาพนูนต่ำ ตลอดจนองค์ประกอบสีสันอันหลากหลาย การใช้ทองคำที่มีพื้นผิวแตกต่างกันมาสร้างสรรค์ ยังช่วยเติมประกายอันน่าหลงใหลให้กับผลงาน เครื่องประดับบอกเวลาเหล่านี้ มอบบรรยากาศอันล้ำค่าให้กับการผ่านไปของกาลเวลา ผสานงานฝีมืออันประณีตและวัสดุเลอค่า เพื่อเติมเต็มมนต์เสน่ห์ให้กับทุกช่วงเวลา
The Poetry of Time™
The Poetry of Time™ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Van Cleef & Arpels
ด้วยความยึดมั่นในมุมมองเชิงกวีต่อชีวิตเสมอมา Van Cleef & Arpels ได้เติมมิติอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับศิลปะแห่งการสร้างสรรค์นาฬิกา นั่นคือมิติแห่งความฝันและห้วงอารมณ์ความรู้สึก ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของเมซงได้ก่อให้เกิดผลงานที่ตีความการวัดเวลาขึ้นใหม่ ราวกับเป็นการเชื้อเชิญสู่มนตร์เสน่ห์อันน่าค้นหา เพื่อนำเสนอบทกวีสำหรับทุกช่วงเวลา เมซงหยิบยกประวัติศาสตร์และแรงบันดาลใจอันเป็นสัญลักษณ์มาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็น ความรัก โชค ธรรมชาติ ดาราศาสตร์ เทพธิดา และนักบัลเลต์ ตั้งแต่หน้าปัด ฝาหลังตัวเรือนและต่อเนื่องไปจนถึงสายนาฬิกา นาฬิกาแต่ละเรือนต่างบอกเล่าเรื่องราวแห่งความงดงามและมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหล
Rendezvous for a poetic exploration
ข้อมูลกิจกรรม
สถานที่
เวลาเปิดทำการ
24 มกราคม ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2026
วันจันทร์ – วันอาทิตย์
11:00 น. ถึง 20:00 น.
เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา: 30 นาทีก่อนปิดทำการ
*เวลาปิดทำการอาจแตกต่างกันไป โปรดตรวจสอบเวลาเปิดทำการประจำวันได้ที่เว็บไซต์ลงทะเบียน*
เวิร์กช็อปงานฝีมือสำหรับเด็ก - Create your Poetry of Time
วันที่: วันที่ 31 มกราคม และ 1, 7 และ 8 กุมภาพันธ์ 2026
เวลา: 11:30 น., 14:30 น., 16:30 น.
L'ÉCOLE Talk: The Mechanics of Arts
วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2026
เวลา: 19:00 น.
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
สำรองบัตรของคุณได้ที่นี่