Van Cleef & Arpels ร่วมสดุดีความงดงามดั่งบทกวีแห่งผืนฟ้า ในนิทรรศการ Watches and Wonders ประจำปี 2026
14 เมษายน ค.ศ. 2026
Van Cleef & Arpels เข้าร่วมงาน Watches and Wonders ในเจนีวา ตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 20 เมษายน 2026 ด้วยความตื่นตาตื่นใจไปกับความงดงามของดวงดาวและสรวงสวรรค์ เมซงได้ให้การยกย่องแด่ความมหัศจรรย์แห่งท้องฟ้าผ่านชิ้นงานที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญอย่างเต็มที่ ย้อนกลับไปในปี 1929 เมซงได้รังสรรค์นาฬิกาพกพร้อมกลไกคอมพลิเคชั่นที่แสดงข้างขึ้นข้างแรมของพระจันทร์ กระทั่งในช่วงทศวรรษ 1950 Van Cleef & Arpels ได้หวนกลับมาเฝ้ามองความงดงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านผลงานนาฬิกาซ่อนหน้าปัด Meteor
ในปีนี้ เมซงร่วมถ่ายทอดการเปลี่ยนผ่านอันละมุนละไมของดวงจันทร์ ผ่านเรือนเวลา Poetic Complications® รุ่นใหม่ ห้วงเวลาแห่ง Poetic Astronomy สอดประสานและดำเนินไปอย่างงดงามจากเขตเวลาหนึ่งสู่อีกเขตเวลาหนึ่ง ภายใต้การรังสรรค์อันสง่างามที่โดดเด่นด้วยศิลปะงานอีนาเมล ขณะเดียวกัน เครื่องประดับอัญมณีที่บอกเวลาของ Van Cleef & Arpels ได้ร่วมตีความความล้ำลึกอันไร้ขอบเขตของท้องฟ้าผ่านวัสดุหายาก ปิดท้ายด้วยคอลเลคชั่น Extraordinary Dials™ ที่ต้อนรับเรือนเวลาใหม่ทั้งสอง เรื่องราวความรักอันเป็นตำนานซึ่งถักทอขึ้นบนฉากหลังแห่งท้องฟ้าและดวงดาว
คอลเลคชั่น Extraordinary Dials
ความรักที่เป็นแรงบันดาลใจอันเป็นสัญลักษณ์ของเมซงถูกจารึกไว้ใน Poetry of Time มอบมุมมองที่เปี่ยมด้วยความฝันและอารมณ์ความรู้สึกให้กับผลงานสร้างสรรค์แห่งเรือนเวลา ในปีนี้พลังอันทรงเสน่ห์ของธีมนี้ได้มอบแรงบันดาลใจให้ Van Cleef & Arpels สร้างสรรค์นาฬิกา Extraordinary Dials ทั้งสอง ผลงานสร้างสรรค์ใหม่นี้บอกเล่าเรื่องราวของคู่รักในตำนาน ผ่านความเชี่ยวชาญอย่างสมบูรณ์แบบของศิลปะในการสร้างสรรค์ นั่นคือ Vega และ Altair หรือที่รู้จักกันในนาม Niulang และ Zhinu ด้วยองค์ประกอบที่เสริมกันและกัน นาฬิกาทั้งสองเรือนได้ถ่ายทอดภาพของการมาพบกันของคู่รัก ตลอดจนความอิ่มเอมใจในห้วงเวลาแห่งการได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
คอลเลคชั่น Poetic Complications
Midnight Jour Nuit Phase de Lune
Van Cleef & Arpels กำลังขยายคอลเลคชั่น Jour Nuit ด้วยการเปิดตัวผลงานสร้างสรรค์ในปี 2008 และรุ่นใหม่ในปี 2024 เพื่อเป็นเกียรติแก่ดวงจันทร์ ที่เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจให้กับเมซงมาอย่างยาวนาน นาฬิกาเรือนนี้มีระบบคอมพลิเคชั่นที่ซ้อนทับกันสองรายการอยู่ภายในตัวเรือน โดยกลไกแรกขับเคลื่อนการแสดงผลแบบ Jour/Nuit (กลางวัน/กลางคืน) ตามชื่อรุ่น ขณะที่กลไกที่สองในเชิง “ดาราศาสตร์” แสดงข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์งานสร้างสรรค์นาฬิกาของ Van Cleef & Arpels มาตั้งแต่ปี 1929
การตกแต่งของนาฬิกา Midnight Jour Nuit Phase de Lune มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยการทำงานร่วมกันของแผ่นดิสก์หมุนสองแผ่น ซึ่งแต่ละแผ่นเคลื่อนที่ด้วยจังหวะเวลาของตนเอง แผ่นดิสก์หมุนแผ่นแรกที่ครอบคลุมบริเวณส่วนล่างของตัวเรือน ถ่ายทอดภาพดวงอาทิตย์ที่กำลังโคจรไล่ตามดวงจันทร์ในรอบวัฏจักร 24 ชั่วโมง ดิสก์หมุนแผ่นที่สองซึ่งมีความแนบเนียนยิ่งกว่า จะหมุนรอบตัวเองด้วยเวลา 24 ชั่วโมง 16 นาที และ 27 วินาที ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของดาวบริวารดวงนี้ไปอย่างแยบยลในแต่ละวัน การทำงานผสานกันของแผ่นดิสก์หมุนทั้งสองแผ่นช่วยแสดงรายละเอียดของข้างขึ้นข้างแรมได้อย่างเที่ยงตรงและประณีต โดยสะท้อนปรากฏการณ์จริงบนท้องฟ้ายามค่ำคืน นอกจากนี้ ด้วยระบบกลไก automaton วัตถุบนท้องฟ้านี้ยังสามารถเผยให้เห็นข้างขึ้นข้างแรม ณ เวลาปัจจุบันให้เห็นได้แม้ในเวลากลางวัน โดยต้องใช้เวลาในการพัฒนายาวนานถึงสี่ปี เพื่อมอบชีวิตให้กับกลไกทางดาราศาสตร์นี้ ซึ่งออกแบบขึ้นทั้งหมดโดยผู้เชี่ยวชาญจากเวิร์กช็อปการผลิตนาฬิกาของ Van Cleef & Arpels ในเจนีวา
Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs
นาฬิกา Midnight Heure d'ici & Heure d'ailleurs ที่โดดเด่นด้วยกลไกแสดงเวลาคู่ นั้นถ่ายทอดการตีความเวลาอันประณีตและรื่นรมย์ในสองมุมที่แตกต่างกันของโลก ทำให้รู้สึกถึงการเชิญชวนให้ไปเดินทางกับจุดหมายที่ไร้สิ้นสุด เป็นดั่งหน้าต่างที่เปิดออกสู่โลกกว้างในทุกๆ ครั้งที่เหลือบมองหน้าปัดนาฬิกา
ดีไซน์ของตัวเรือน Midnight ขนาด 38 มม. ช่วยขับเน้นความสมดุลอันกลมกลืนระหว่างตัวเรือนและเครื่องหมายบอกเวลาโรสโกลด์ ขัดเงาสลับลายซาติน กับเฉดสีอันละเอียดอ่อนของงานอีนาเมลแบบนูนบนหน้าปัด ซึ่งโทนสีน้ำตาลจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายโทนอุ่นหรือโทนเย็นขึ้นอยู่กับแสงที่ตกกระทบ หน้าปัดนำเสนอลวดลายกิโยเช่ที่แผ่รัศมีออกจากโมทีฟปิเก้ ที่ชวนให้นึกถึงตราสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Van Cleef & Arpels เส้นสายอันบริสุทธิ์สอดรับกับความอสมมาตรขององค์ประกอบตกแต่ง อันเป็นแบบฉบับอันเลอค่าของเมซง โดยตัวอักษรลายมืออันอ่อนช้อยที่สลักชื่อเรือนเวลา ได้ร่วมแสดงการยกย่องแด่บทกวีที่ถ่ายทอดผ่านถ้อยคำ ฝาหลังเรือนประดับงานสลักรูปดวงจันทร์ ที่เปล่งประกายท่ามกลางรัศมีของดวงอาทิตย์ตกแต่งลวดลายกิโยเช่
นาฬิกาเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง
นาฬิกาซ่อนหน้าปัด Ludo เฉลิมฉลองความสง่างามเหนือกาลเวลาของหนึ่งในผลงานเอกลักษณ์ของ Van Cleef & Arpels นั่นคือ กำไลข้อมือ Ludo ที่สร้างสรรค์ขึ้นในปี 1934 ชวนให้นึกถึงหัวเข็มขัด ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่น Ludo สะท้อนถึงรสนิยมอันโดดเด่นของเมซงในการสร้างสรรค์ผลงานแบบ trompe-l’oeil ด้วยงานออกแบบที่สอดรับกับโลกแห่งงานตัดเย็บเสื้อผ้าแบบกูตูร์ ผลงานเหล่านี้จึงประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามตั้งแต่แรกเริ่ม
นาฬิกาซ่อนหน้าปัด Ludo รุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์จากแซฟไฟร์ได้สืบทอดธรรมเนียมนี้ต่อไป โดยนำแบบจากในปี 1949 กลับมาอีกครั้ง โดยโอบรับกับข้อมือด้วยสายที่ประกอบด้วยข้อต่อเยลโลว์โกลด์รูป “briquette” ที่ขัดเงาแวววาวราวกับกระจก ที่ประกอบและปรับแต่งอย่างประณีตด้วยมือ ข้อต่อที่เชื่อมต่อกันในรูปแบบตาข่ายที่พลิ้วไหวดูราวกับถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างประณีต ความสว่างสุกใสของเยลโลว์โกลด์ผสมผสานกับสีน้ำเงินเข้มของแซฟไฟร์อย่างกลมกลืนในความแตกต่างที่ลงตัว
คอลเลคชั่น Perlée
ลูกปัดทองคำอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่น Perlée® ร้อยเรียงต่อกันเป็นวงกลมเปล่งประกาย เพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาใหม่ นาฬิกาไวท์โกลด์รุ่นนี้ ผสานความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา เข้ากับแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับ เพื่อนำเสนอมุมมองร่วมสมัยของอัญมณีที่สามารถบอกเวลาได้
นาฬิกา Perlée ขนาด 23 มม.
ไวท์โกลด์ ประดับกระจกอเวนจูรีน เพชร กลไกควอตซ์แบบสวิส
คอลเลคชั่น Perlée®
ผลงานชิ้นนี้เผยให้เห็นรูปทรงโค้งมนที่โอบล้อมด้วยลูกปัดทองคำสองแถว ที่ผ่านการขัดเงาอย่างพิถีพิถันเพื่อดึงประกายเจิดจรัสออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม ภายใต้กระจกคริสตัลโค้งมนนุ่มนวล หน้าปัดเผยให้เห็นลวดลายตกแต่งจากกระจกอเวนจูรีน โดยเฉดสีน้ำเงินมิดไนท์บลูได้สะท้อนถึงความล้ำลึกอันไร้ที่สิ้นสุดของห้วงอวกาศ วัสดุโดดเด่นด้วยลวดลายกิโยเช่ที่กระจายตัวออกจากศูนย์กลาง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยเพิ่มมิติการเล่นแสงให้ทวีความงดงามยิ่งขึ้น ประกายระยิบระยับอันโดดเด่นช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับกาลเวลาที่เคลื่อนผ่าน ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านเข็มนาฬิกาอันทรงพลัง
-
Van Cleef & Arpels ร่วมสดุดีความงดงามดั่งบทกวีแห่งผืนฟ้า ในนิทรรศการ Watches and Wonders ประจำปี 2026
วันที่: ตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 20 เมษายน 2025
วันจัดแสดงสำหรับบุคคลทั่วไปตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 เมษายน 2025
เวลาเปิดทำการ:
วันเสาร์และวันอาทิตย์: ตั้งแต่เวลา 8:30 น. ถึง 19:00 น.
วันจันทร์: เวลา 8:30 น. ถึง 17:00 น.
ที่อยู่่: Palexpo, Route François-Peyrot 30
1218 Le Grand-Saconnex, Geneva, Switzerland